Dr.Pri Wellness

ริดสีดวงเกิดจากอะไร? 10+ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องรู้ | Dr.Pri

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีอาการไม่สบายที่ทวารหนัก? หรือทำไมคนใกล้ตัวถึงเป็นริดสีดวงทวาร? การทำความเข้าใจว่า ริดสีดวงเกิดจากอะไร ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เรารู้จักวิธีป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ดียิ่งขึ้น วันนี้ Dr.Pri Wellness จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของริดสีดวงทวาร เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องค่ะ

ภาพรวมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร

กลไกการเกิดริดสีดวงทวาร: แรงดันที่เพิ่มขึ้นคือตัวการสำคัญ

โดยพื้นฐานแล้ว ริดสีดวงทวารเกิดจากการที่กลุ่มหลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่และรอบๆ ทวารหนักมีการโป่งพองหรือยืดตัวออก ซึ่งมักเป็นผลมาจากแรงดันในหลอดเลือดดำเหล่านั้นเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน หรือมีการไหลเวียนของเลือดที่ไม่สะดวก ทำให้หลอดเลือดเกิดการคั่งและขยายตัวจนกลายเป็นหัวริดสีดวงในที่สุด

เจาะลึกสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณเป็นริดสีดวง

มีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลให้เกิดแรงดันที่เพิ่มขึ้นในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก และนำไปสู่การเป็นริดสีดวงทวารได้ ดังนี้:

  1. พฤติกรรมการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสม

    • การเบ่งอุจจาระแรงๆ และเป็นเวลานาน: การเบ่งแรงจะเพิ่มแรงดันในช่องท้องและบริเวณทวารหนักโดยตรง ทำให้หลอดเลือดโป่งพองได้ง่าย
    • การนั่งถ่ายอุจจาระนานเกินไป: การนั่งบนโถส้วมนานๆ (เช่น อ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์มือถือ) ทำให้เกิดแรงกดทับที่บริเวณทวารหนักอย่างต่อเนื่อง
    • การกลั้นอุจจาระบ่อยๆ: ทำให้อุจจาระแข็งและแห้ง ต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้นเมื่อขับถ่าย
  2. ภาวะท้องผูกเรื้อรัง (Chronic Constipation)

    เป็นหนึ่งในสาเหตุริดสีดวงที่พบบ่อยที่สุด เมื่อมีอาการท้องผูก อุจจาระจะแข็งและเคลื่อนตัวได้ยาก ทำให้ต้องออกแรงเบ่งมากและนานขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงดันต่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ท้องผูก)

  3. ภาวะท้องเสียเรื้อรัง (Chronic Diarrhea)

    แม้จะดูตรงกันข้ามกับท้องผูก แต่การถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยครั้งและรุนแรงก็สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองและเพิ่มแรงดันในบริเวณทวารหนักได้เช่นกัน

  4. การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย

    อาหารที่มีกากใย (Fiber) น้อยจะทำให้อุจจาระมีมวลน้อย แข็ง และเคลื่อนตัวช้า เสี่ยงต่อการเกิดอาการท้องผูก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดริดสีดวง

  5. การดื่มน้ำน้อย

    น้ำมีส่วนสำคัญในการทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มและขับถ่ายง่าย การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อวันจะส่งผลให้อุจจาระแข็งและแห้ง

  6. การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร

    ภาพแสดงผลกระทบของการตั้งครรภ์ต่อการเกิดริดสีดวงทวาร

    ในระหว่างตั้งครรภ์ มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นจะไปกดทับหลอดเลือดดำในช่องท้อง ทำให้เลือดไหลเวียนกลับจากส่วนล่างของร่างกายได้ไม่สะดวก ประกอบกับระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้หลอดเลือดขยายตัวและผนังหลอดเลือดหย่อนยานได้ง่าย นอกจากนี้ การเบ่งคลอดก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงดันในบริเวณทวารหนักอย่างมาก

  7. อายุที่มากขึ้น

    เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อพยุงรอบๆ หลอดเลือดดำในทวารหนักจะเริ่มเสื่อมสภาพและหย่อนยานลง ทำให้หลอดเลือดมีโอกาสโป่งพองได้ง่ายขึ้น

  8. น้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน

    น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงดันในช่องท้องและบริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งส่งผลต่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก

  9. การยกของหนักเป็นประจำ

    การยกของหนักหรือออกแรงเกร็งหน้าท้องบ่อยๆ จะเพิ่มแรงดันในช่องท้อง คล้ายกับการเบ่งอุจจาระ

  10. การยืนหรือนั่งเป็นเวลานานๆ

    อาชีพที่ต้องยืนหรือนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง อาจส่งผลให้เลือดคั่งบริเวณส่วนล่างของร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดริดสีดวง

  11. พันธุกรรม

    หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นริดสีดวงทวาร ก็มีแนวโน้มที่คุณจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากอาจมีการถ่ายทอดลักษณะความอ่อนแอของผนังหลอดเลือดดำมาทางพันธุกรรม

  12. โรคบางชนิด

    เช่น โรคตับแข็ง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะความดันในหลอดเลือดดำสูง หรือเนื้องอกในช่องท้องที่ไปกดทับหลอดเลือด

รู้ทันปัจจัยเสี่ยง เพื่อการป้องกันริดสีดวงทวาร

เมื่อเราทราบแล้วว่า**ริดสีดวงเกิดจากอะไร** การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่สามารถควบคุมได้ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันริดสีดวง ไม่ให้เกิดขึ้น หรือบรรเทาอาการไม่ให้รุนแรงหากเป็นแล้ว การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายแรงๆ เป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพทวารหนักที่ดี

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุหรือการป้องกันริดสีดวงทวาร หรือต้องการคำแนะนำในการดูแลตัวเอง สามารถ อ่านวิธีดูแลตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการริดสีดวงได้ที่นี่ หรือปรึกษาทีมงาน Dr.Pri Wellness ได้เสมอค่ะ

ย้อนกลับไปอ่าน: อาการริดสีดวงทวารแต่ละระยะ

บทความนี้เขียนและตรวจสอบเบื้องต้นโดยทีมงาน Dr.Pri Wellness
เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเสมอ

Bookmark
Please login to bookmark Close

บทความที่เกี่ยวข้อง

622/102 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดํา เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

เกี่ยวกับเรา

คลังและบทความ

ติดต่อเรา

Scroll to Top